::Chitralada School::

ขอเชิญบริจาคโลหิตโครงการ “บริจาคโลหิต จิตรลดารวมใจ ครั้งที่ 11”


ด้วยในพุทธศักราช 2560 เป็นมงคลสมัยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา 4 กรกฎาคม 2560 และ 13 กรกฎาคม 2560 ตามลำดับ โรงเรียนจิตรลดาร่วมกับสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนจิตรลดา จึงจัดทำโครงการ “บริจาคโลหิต จิตรลดารวมใจ ครั้งที่ 11” ถวายเป็นพระราชกุศล โดยจัดให้มีกิจกรรมบริจาคโลหิต ดวงตา อวัยวะและร่างกาย ในวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560 เวลา 09.00 ถึง 15.00 น. ณ อาคาร 60 พรรษาราชสุดาสมภพ (604) สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า)
จึงเรียนมาเพื่อขอเชิญชวน ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนจิตรลดา ร่วมกันบริจาคโลหิต ดวงตา อวัยวะ และร่างกาย ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว ทางโรงเรียนและสมาคมนักเรียนเก่าฯ ขออนุโมทนา ในกุศลจิตของท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วย
คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต
๑. อายุ ๑๗-๖๐ ปี ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องมีหนังสืออนุญาตจากผู้ปกครอง
๒. มีสุขภาพแข็งแรง
๓. นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ในวันก่อนมาบริจาคโลหิต อย่างน้อย ๖ ชั่วโมง
๔. รับประทานอาหารตามปกติ ไม่ต้องงดอาหาร
๕. ไม่เจ็บป่วยในวันที่มาบริจาคโลหิต เช่นเป็นหวัด ท้องเสีย หรือรับประทานยาลดไข้แก้ปวด ยาปฏิชีวนะแก้อักเสบ
๖. ไม่เจ็บป่วยเป็นโรคที่ห้ามบริจาคโลหิต เช่น โรคหัวใจ ตับ ปอด ภูมิแพ้ที่อยู่ระหว่างกินยารักษา
๗. ไม่เป็นโรคติดเชื้อที่ติดต่อทางกระแสโลหิต เช่น HIV โรคตับอักเสบ ซิฟิลิส ห้ามบริจาคโลหิต โรคมาเลเรีย ต้องรักษาหายขาดแล้ว ๓ ปี
๘. สตรีไม่อยู่ระหว่างมีระดู หรือกำลังตั้งครรภ์
๙. หากเคยผ่าตัดใหญ่หรือคลอดบุตร ควรงดการบริจาคโลหิตอย่างน้อย ๖ เดือน
๑๐. หากเคยรับโลหิต หรือฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ควรงดการบริจาคโลหิตอย่างน้อย ๑ ปี
๑๑. ให้ข้อมูลในแบบสอบถามผู้บริจาคโลหิตที่ถูกต้อง เป็นจริงแก่เจ้าหน้าที่ผู้รับบริจาคโลหิต
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต ให้ปรึกษาแพทย์ประจำหน่วยรับบริจาคโลหิต สิ่งที่ผู้บริจาคโลหิตควรทราบ
๑. ก่อนจะบริจาคโลหิต ผู้บริจาคโลหิตจะได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้นโดยแพทย์ ตรวจหมู่โลหิตเบื้องต้น และตรวจความเข้มข้นของโลหิต
๒. การเจาะเก็บโลหิต ครั้งละ ๓๕๐ ถึง ๔๕๐ ซีซี ขึ้นกับน้ำหนักตัว โดยอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้เจาะเก็บโลหิตเป็นของใหม่ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
๓. หลังการเจาะเก็บโลหิตควรนอนพักอย่างน้อย ๕ นาทีจึงลุกขึ้น พักรับประทานอาหารว่าง และเครื่องดื่มที่จัดให้ หากมีอาการเวียนศีรษะ ให้รีบลงนอน และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
๔. หลังการบริจาคโลหิต ไม่ควรทำงานหักโหม หรือเสี่ยงอันตราย ควรพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ อาจออกกำลังกายเบาๆได้ ไม่ควรใช้แขนข้างที่เจาะเก็บโลหิตยกน้ำหนัก หิ้วของหนัก หรือห้อยโหน
๕. โลหิตของผู้บริจาคจะได้รับการตรวจหมู่โลหิตอย่างละเอียด และตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อ ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ซิฟิลิส และเอดส์ ผลการตรวจถือเป็นความลับเฉพาะตัวผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น
๖. ผู้มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ผลการตรวจเลือดปกติ สามารถบริจาคโลหิตได้ ทุก ๓ เดือน
ด้วยความปรารถนาดี และขอขอบพระคุณที่มาบริจาคโลหิต คณะกรรมการบริหาร สมาคมนักเรียนเก่า โรงเรียนจิตรลดา